6ชาเขียวยอดนิยมที่ดีต่อสุขภาพ

ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน แต่ชาวญี่ปุ่นได้พัฒนาและเผยแพร่วัฒนธรรมการดื่มชาออกไปจนโด่งดังไปทั่วโลก ชาเขียวมีต้นกำเนิดมาจากต้นชา Camellia sinensis ผลิตด้วยการอบไอน้ำและทั่วไปจะถูกนวด เพื่อรักษาสภาพของใบชาให้คงเดิมมากที่สุดก่อนจะนำไปอบแห้ง และไม่ได้ผ่านการหมัก ทำให้ใบชายังสามารถคงความสดและยังมีสีเขียวเหลืออยู่

ชาเขียวนั้นมีหลายประเภท ถึงแม้ว่าทุกประเภทจะมาจากต้นชาเดียวกัน แต่กรรมวิธีการผลิตต่างกันก็ส่งผลให้ทั้งรสชาติ สี และกลิ่น แตกต่างกัน มาดูกันเลยค่ะว่าชาเขียวมีกี่ประเภทอะไรบ้าง

1. เกียวคุโระ (Gyokuro)

เป็นยอดใบชาชั้นดีคุณภาพสูง เป็นชาแรกของปี ที่ผ่านการเลี้ยงในร่มเพื่อรักษาสารอาหารให้ได้มากที่สุด โดยจะเก็บเฉพาะยอดอ่อนของใบชาเท่านั้น เนื่องจากเก็บเกี่ยวได้ปริมาณน้อย จึงมีราคาแพงเน้นใช้ในงานพิธีการ

น้ำชามีสีเขียวเข้มรสชาติหวานหอมกลมกล่อม มีความฝาดน้อยมาก

2. มัทฉะ (Matcha)

ได้มาจากการนำชาเทนฉะซึ่งถูกเลี้ยงในที่ร่มเหมือนชาเกียวคุโระ แต่จะใช้ระยะเวลานานกว่า แล้วนำไปอบด้วยไอน้ำและอบแห้ง โดยไม่นวดใบชา ก่อนจะนำไปบดเป็นผงละเอียดอย่างพิถีพิถัน เพื่อคงสีเขียวและรสชาติเอาไว้มากที่สุด

มีรสชาติดี กลิ่นหอม และฝาดน้อย มักจะใช้ในพิธีชงชา ยิ่งผงมัทฉะสีเข้มเท่าไหร่ คุณภาพก็ยิ่งดีเท่านั้น น้ำชามีสีเขียวเข้มขุ่นเมื่อละลายน้ำแล้ว

3. เซนฉะ (Sencha)

มีคุณภาพรองจากเกียวคุโระและมัทฉะ เป็นชาเขียวที่เก็บเกี่ยวในช่วงแรกหรือช่วงที่สองของปี จึงเป็นชาใหม่ ผลิตเยอะที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ราคาไม่แพง คนญี่ปุ่นนิยมดื่มกันโดยทั่วไป ชาจะปลูกโดนแสงแดดตลอดเวลา เมื่อเก็บมาแล้วจะทำการนึ่ง นวด และอบแห้งเหมือนชาเกียวคุโระ จึงทำให้ชาที่ได้มีสีเขียวมรกต

มีรสชาติหวานกำลังดี ฝาดไม่มาก และกลิ่นหอมสดชื่นในปริมาณที่สมดุลกัน

4. บันฉะ (Bancha)

มีคุณภาพรองลงมาจากชาเซนฉะ เก็บเกี่ยวในช่วงที่สามหรือสี่ของปี เป็นใบชาที่เหลือจากยอดต้น รสชาติรสชาติอ่อน ดื่มแล้วสดชื่น มักถูกเสิร์ฟหลังจากมื้ออาหาร เหมาะสำหรับดื่มทั่วไปในชีวิตประจำวัน กลิ่นไม่ค่อยหอมเท่าชาเขียวชนิดอื่น ราคาถูก สีน้ำชาออกเขียวอมเหลืองอ่อนๆ

5. เกนไมฉะ (Genmaicha)

หรือชาข้าวคั่ว เป็นชาบันฉะที่นำไปคั่วกับข้าวกล้องจนเม็ดข้าวพองโต ทำให้ชามีกลิ่นข้าวหอมเป็นเอกลักษณ์

มีรสชาติที่ฝาดกำลังดี หวานน้อย มีปริมาณคาเฟอีนต่ำมาก จึงเหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ดื่มง่าย ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย น้ำชามีสีเหลืองอ่อน

6. โฮจิฉะ (Hojicha)

มักจะผลิตด้วยชาบันฉะ เซนฉะ และคุคิฉะ (ชาที่มาจากลำต้นและก้านของเซนฉะหรือมัทฉะ) ที่ถูกเก็บเกี่ยวในช่วงสุดท้าย มาผสมรวมกันก่อนจะนำไปคั่ว เพื่อให้ได้กลิ่นหอม

ลดความขมและฝาดลง รสชาติอ่อนละมุน ดื่มง่าย และมีกลิ่นหอม เหมาะสำหรับดื่มระหว่างมื้อหรือหลังอาหารเย็น หรือก่อนนอน มีคาเฟอีนต่ำ จึงเหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ น้ำชามีสีน้ำตาลใส

ชาเขียวหลากหลายประเภท มีรสชาติที่อร่อย กลิ่นหอม ดื่มแล้วให้ความรู้สึกสบาย รู้สึกตื่นตัว สามารถดื่มแทนกาแฟได้ และยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย มาดูกันค่ะว่าที่โดดเด่นมีอะไรบ้าง

ชาเขียวและประโยชน์ดีๆ ต่อร่างกาย
  1. อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินหลายชนิด เช่น สารแคททิชิน วิตามินบี ซี อี มีคุณสมบัติในการปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำร้าย ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจและหลอดเลือด

  2. ช่วยควบคุมความดันโลหิต สาร EGCG ในชาเขียว ออกฤทธิ์ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่กระแสเลือด จึงช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือด ซึ่งหากไขมันเหล่านี้สะสมมากขึ้น จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ยาก เสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือดตีบหรือหลอดเลือดอุดตันตามมา

  3. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สารแคททิชินในชาเขียว มีประโยชน์ในการป้องกันโรคเบาหวาน โดยจะช่วยกระตุ้นความไวของอินซูลิน ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ซึ่งมีหน้าที่เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตที่เรากินเข้าไปให้กลายเป็นน้ำตาล และดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

  4. ช่วยส่งเสริมการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากมีสารในกลุ่มโพลิฟีนอล ที่จะช่วยลดปริมาณไขมันที่จะไปสะสมในร่างกาย อุดมไปด้วยสารแคททิชิน ที่ช่วยเร่งอุณหภูมิในร่างกายให้สูงขึ้น และเมื่อทำงานร่วมกับคาเฟอีน ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐานทั้งในขณะพักและขณะออกกำลังกายได้

  5. ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นหลังดื่ม ชาเขียวมีสารคาเฟอีนและธิโอฟิลลีน กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่งผลให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงกรดอะมิโนแอล-ธีอะนีน ที่ช่วยควบคุมการทำงานของสมอง ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และนอนหลับได้ดีขึ้น

  6. ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชาเขียวช่วยป้องกันผิวจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ช่วยสนับสนุนในการผลัดเซลล์ผิว มีโพลิฟีนอล ช่วยลดการเกิดสิว ช่วยลดรอยแดงบนใบหน้า วิตามินเคที่มีมากในชาเขียวยังมีส่วนช่วยลดปัญหาขอบตาดำ ปกป้องผิวและดีต่อสุขภาพผมอีกด้วย

ข้อแนะนำในการบริโภคชาเขียว

ชาเขียวไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้คาเฟอีน เพราะอาจทำให้นอนไม่หลับ รู้สึกไม่สบายท้อง เกิดอาการคลื่นไส้ได้หากทานในปริมาณมาก

ชาเขียวอาจก่อให้เกิดโรคโลหิตจาง หากดื่มในปริมาณมากๆ ในชาเขียวมีสารแทนนิน อาจก่อให้เกิดการยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงของภาวะขาดธาตุเหล็ก

ชาเขียวทุกประเภทข้างต้นล้วนมีคุณประโยชน์และเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนรักสุขภาพ การเลือกดื่มชาเขียวให้เหมาะกับความต้องการไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับชีวิตประจำวันได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ และบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะนะคะ